ดูแลช่องชาร์จ iPhone ให้ใช้งานได้นานขึ้น
ช่องชาร์จเป็นส่วนที่เสียง่าย แต่การดูแลที่ถูกวิธีจะช่วยยืดอายุและป้องกันปัญหาชาร์จไม่เข้า มาดูวิธีง่ายๆ ที่คุณทำได้เอง

ทำไมช่องชาร์จถึงเสียง่าย?
ช่องชาร์จถูกใช้งานทุกวัน เสียบสายชาร์จเข้า-ออกบ่อย ฝุ่นและสิ่งสกปรกเข้าไปสะสม ทำให้เกิดการสึกหรอ เชื่อมต่อไม่ดี หรือชาร์จไม่เข้า
วิธีทำความสะอาดช่องชาร์จ iPhone
การทำความสะอาดช่องชาร์จเป็นประจำจะช่วยให้แบตเตอรี่ชาร์จได้ดีและป้องกันปัญหาชาร์จไม่เข้า
อุปกรณ์ที่ต้องใช้:
- •ไม้จิ้มฟัน หรือแปรงขนนุ่ม
- •ไฟฉาย (เพื่อส่องดูข้างใน)
- •ผ้าไมโครไฟเบอร์
ข้อควรระวัง:
ห้ามใช้ของแหลมคมหรือโลหะ เช่น คลิปหนีบกระดาษ เข็ม เพราะจะทำให้ขาชาร์จเสียหาย
ขั้นตอนการทำความสะอาด:
1ปิดเครื่อง iPhone
ปิดเครื่องก่อนทำความสะอาดเพื่อความปลอดภัย
2ส่องไฟเข้าไปดู
ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในช่องชาร์จเพื่อดูว่ามีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอยู่มากแค่ไหน
3ใช้ไม้จิ้มฟันขัดเบาๆ
เอาไม้จิ้มฟันเข้าไปในช่องชาร์จและขัดเบาๆ ด้านใน ฝุ่นและสิ่งสกปรกจะออกมา
ข้อควรระวัง: ห้ามใช้แรงมาก เพราะอาจทำให้ขาชาร์จงอหรือเสียหาย
4เป่าลมออก
เป่าลมเบาๆ เพื่อเป่าฝุ่นที่หลุดออกมาออกจากช่องชาร์จ หรือใช้ลมอัดสำหรับทำความสะอาดคีย์บอร์ด
5ตรวจสอบอีกครั้ง
ส่องไฟดูอีกครั้งว่าช่องชาร์จสะอาดแล้ว ถ้ายังมีฝุ่นให้ทำซ้ำอีกครั้ง
6ทดสอบชาร์จ
เปิดเครื่องและลองเสียบสายชาร์จ ถ้าชาร์จเข้าและเสียบสบายขึ้น แสดงว่าทำความสะอาดสำเร็จ
เคล็ดลับดูแลช่องชาร์จให้อยู่นาน
1.เสียบและถอดสายชาร์จอย่างถูกวิธี
เสียบและถอดตรงๆ ไม่งอหรือกระตุก ถอดเครื่องออกจากสายมากกว่าถอดสายออกจากเครื่อง เพื่อลดแรงที่กระทบกับช่องชาร์จ
2.ใช้สายชาร์จที่ดี
สายชาร์จปลอมหรือคุณภาพต่ำอาจมีหัวที่ใหญ่หรือเล็กผิดไป ทำให้ช่องชาร์จหลวมหรือเสียหายได้ ควรใช้สายชาร์จของแท้หรือ MFi
3.ไม่ควรใช้งานขณะชาร์จ
การใช้งานหนักๆ ขณะชาร์จ เช่น เล่นเกม ดูวิดีโอ จะทำให้เครื่องร้อน และอาจทำให้ช่องชาร์จร้อนและเสื่อมเร็วขึ้น
4.ทำความสะอาดเป็นประจำ
ทำความสะอาดช่องชาร์จเดือนละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นสะสม จะช่วยยืดอายุช่องชาร์จและป้องกันปัญหาชาร์จไม่เข้า
5.ใช้จุกปิดช่องชาร์จ
ถ้าทำงานในที่มีฝุ่นมาก ควรใช้จุกปิดช่องชาร์จเมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรกเข้าไปในช่อง
6.ไม่ควรใช้ชาร์จไร้สายบ่อยเกินไป
แม้ว่าชาร์จไร้สายจะช่วยลดการใช้งานช่องชาร์จ แต่ก็ทำให้เครื่องร้อนขึ้น และชาร์จช้ากว่า ควรสลับใช้ทั้งชาร์จสายและไร้สาย
สัญญาณที่บอกว่าช่องชาร์จเริ่มมีปัญหา
- •ต้องเสียบสายชาร์จหลายครั้งหรือต้องจัดมุมถึงจะชาร์จเข้า
- •สายชาร์จเสียบแล้วหลวม ถอนออกง่ายเกินไป
- •ชาร์จช้าผิดปกติ หรือชาร์จแล้วตัดไปมา
- •มีข้อความเตือน "Accessory Not Supported" หรือ "Liquid Detected"
- •ชาร์จไม่เข้าเลย แม้จะเปลี่ยนสายชาร์จใหม่
เมื่อไหร่ควรซ่อมช่องชาร์จ?
ถ้าทำความสะอาดและเปลี่ยนสายชาร์จแล้วยังชาร์จไม่เข้า หรือมีอาการข้างต้น แสดงว่าช่องชาร์จเสียแล้ว ต้องเปลี่ยนช่องชาร์จใหม่
ราคาเปลี่ยนช่องชาร์จ iPhone:
สอบถามราคาตามรุ่น
ขึ้นกับรุ่น iPhone | ซ่อมเสร็จภายใน 30-60 นาที
วิธีแก้ปัญหาชาร์จไม่เข้า (ก่อนซ่อม)
- ทำความสะอาดช่องชาร์จ - ตามขั้นตอนที่แนะนำข้างต้น
- ลองเปลี่ยนสายชาร์จและหัวชาร์จ - ใช้ของแท้หรือ MFi
- รีสตาร์ทเครื่อง - กด Power + Volume ค้างจนเครื่องดับ แล้วเปิดใหม่
- ตรวจสอบว่าเครื่องไม่ร้อนเกินไป - ถ้าร้อนมากให้ปล่อยให้เย็นก่อนชาร์จ
- อัพเดท iOS - เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
- ถ้ายังไม่ได้ ให้นำไปซ่อม - อาจต้องเปลี่ยนช่องชาร์จหรือบอร์ด
สรุป
การดูแลช่องชาร์จ iPhone ไม่ยาก เพียงทำตามนี้:
- ✓ทำความสะอาดเดือนละครั้งด้วยไม้จิ้มฟัน
- ✓เสียบและถอดสายชาร์จอย่างถูกวิธี
- ✓ใช้สายชาร์จของแท้หรือ MFi
- ✓ไม่ควรใช้งานหนักขณะชาร์จ
ถ้าชาร์จไม่เข้า ลองทำความสะอาดก่อน ถ้ายังไม่ได้ติดต่อ TONY Service โทร 084-264-1555
คำถามที่พบบ่อย
Q: ทำความสะอาดช่องชาร์จ iPhone ยังไง?
A: ใช้ไม้จิ้มฟันหรือแปรงขนนุ่มขัดเบาๆ ในช่องชาร์จเพื่อกำจัดฝุ่น ห้ามใช้ของแหลมคมหรือโลหะ ไม่ควรพ่นน้ำยา ทำเดือนละครั้งเพื่อป้องกันปัญหาชาร์จไม่เข้า
Q: ช่องชาร์จ iPhone เสียแก้ยังไง?
A: ลองทำความสะอาดก่อน เปลี่ยนสายชาร์จและหัวชาร์จ รีสตาร์ทเครื่อง ถ้ายังชาร์จไม่เข้า อาจต้องเปลี่ยนช่องชาร์จ ซ่อมที่ TONY Service ตรวจเช็กฟรีและแจ้งราคาก่อนซ่อม ซ่อมเสร็จใน 30-60 นาที
Q: ช่องชาร์จหลวมต้องทำยังไง?
A: ลองทำความสะอาดก่อน บางครั้งฝุ่นสะสมทำให้สายเสียบไม่สนิท ถ้าทำความสะอาดแล้วยังหลวม แสดงว่าช่องชาร์จสึกหรอ ต้องเปลี่ยนใหม่
Q: เปลี่ยนช่องชาร์จใช้เวลานานไหม?
A: ที่ TONY Service ใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที รอรับเครื่องกลับได้เลย พร้อมการรับประกัน โทร 084-264-1555
ช่องชาร์จมีปัญหา? เราซ่อมให้!
TONY Service เปลี่ยนช่องชาร์จ iPhone ทุกรุ่น
ซ่อมเร็ว รับประกัน ราคาเป็นธรรม
