กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
คู่มือซ่อม26 มีนาคม 2026

ปัญหา iPad ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

iPad เป็นอุปกรณ์ที่ทนทาน แต่ก็มีปัญหาที่พบบ่อย มาดูกันว่าปัญหาอะไรบ้างที่เกิดขึ้นบ่อยและแก้ไขอย่างไร

ปัญหา iPad ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข โดย TONY SERVICE สะพานสี่

ทำไม iPad ถึงมีปัญหา?

iPad ถูกใช้งานหนักกว่ามือถือ โดยเฉพาะสำหรับงานสร้างสรรค์ ดูหนัง เล่นเกม หรือใช้ทำงาน การตกหล่นหรือใช้งานนานๆ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้

10 ปัญหา iPad ที่พบบ่อยที่สุด

1จอแตก หรือ Touch ไม่ทำงาน

สาเหตุ:

iPad มีหน้าจอใหญ่ ทำให้ตกหล่นแล้วจอแตกง่าย หรือทัชสกรีนเสียจากการใช้งานนาน

อาการ:

  • จอมีรอยแตกหรือแตกเป็นสะเก็ด
  • ทัชบางส่วนไม่ทำงาน
  • ทัชกดเองหรือกดไม่ตรงจุด
  • จอดำหรือมีเส้น

วิธีแก้:

ต้องเปลี่ยนจอ ราคาขึ้นกับรุ่น ประมาณ 2,000-8,000 บาท ถ้าแค่กระจกแตกแต่ทัชยังทำงานได้ อาจเปลี่ยนแค่กระจกได้ถูกกว่า

เคล็ดลับ: ติดฟิล์มกันรอยและใช้เคสจะช่วยป้องกันจอแตกได้มาก

2แบตหมดเร็ว หรือแบตเสื่อม

สาเหตุ:

iPad ใช้มานาน 2-3 ปี แบตจะเสื่อมตามธรรมชาติ หรือใช้งานหนักๆ เช่น เล่นเกม ดูวิดีโอนานๆ

อาการ:

  • แบตหมดเร็วกว่าปกติ
  • เครื่องดับเอง แม้แบตยังเหลือ
  • ชาร์จไม่เต็ม หรือชาร์จช้า
  • แบตบวม ตัวเครื่องโป่ง

วิธีแก้:

เปลี่ยนแบตใหม่ ราคาประมาณ 1,500-3,500 บาท ขึ้นกับรุ่น ถ้าแบตบวมต้องเปลี่ยนทันที เพราะอันตราย

3ชาร์จไม่เข้า หรือชาร์จช้า

สาเหตุ:

ช่องชาร์จสกปรก สายชาร์จเสีย หัวชาร์จไม่เพียงพอ หรือบอร์ดชาร์จมีปัญหา

วิธีแก้:

  1. ลองเปลี่ยนสายชาร์จและหัวชาร์จก่อน (ใช้ของแท้หรือ MFi)
  2. ทำความสะอาดช่องชาร์จด้วยไม้จิ้มฟันหรือแปรงนุ่ม
  3. รีสตาร์ทเครื่อง กดปุ่ม Power + Home ค้าง 10 วินาที
  4. ถ้ายังไม่ได้ ต้องให้ช่างตรวจสอบช่องชาร์จหรือบอร์ด

4ช้า แฮง หรือค้าง

สาเหตุ:

ความจำเต็ม แอปเยอะเกินไป iOS เก่า แบตเตอรี่เสื่อม หรือมีไวรัส

วิธีแก้:

  1. รีสตาร์ทเครื่อง
  2. ลบแอปที่ไม่ใช้ และล้างแคช
  3. อัพเดท iOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
  4. ลบรูปภาพและวิดีโอที่ไม่ต้องการออก หรือ Backup ไว้ที่ iCloud
  5. ถ้ายังช้า ลอง Reset เครื่อง (สำรองข้อมูลก่อน)
  6. ถ้าแบตเสื่อม ควรเปลี่ยนแบต จะทำให้เครื่องเร็วขึ้น

5WiFi หรือ Bluetooth ไม่ทำงาน

อาการ:

WiFi เทาไม่สามารถเปิดได้ หรือเชื่อมต่อไม่ติด Bluetooth จับอุปกรณ์ไม่ได้

วิธีแก้:

  1. Reset Network Settings (Settings > General > Reset)
  2. รีสตาร์ท Router WiFi
  3. อัพเดท iOS
  4. ถ้ายังไม่ได้ อาจเป็นปัญหาที่ IC WiFi/Bluetooth ต้องซ่อมบอร์ด

6ลำโพงเสียง หรือไมค์ไม่ทำงาน

อาการ:

ไม่มีเสียง เสียงแหบ เสียงเบา หรือโทรออกคนฟังไม่ได้ยิน

วิธีแก้:

  1. ตรวจสอบว่าไม่ได้ปิดเสียง หรือเสียงต่ำเกินไป
  2. ทำความสะอาดลำโพงด้วยแปรงนุ่ม (อาจมีฝุ่นอุดตัน)
  3. รีสตาร์ทเครื่อง
  4. ถ้ายังไม่ได้ ต้องเปลี่ยนลำโพงหรือไมค์

7กล้องเบลอ หรือกล้องไม่ทำงาน

อาการ:

กล้องหน้าหรือหลังเบลอ มีหมอก หรือเปิดแอปกล้องแล้วดำ

วิธีแก้:

  1. เช็ดเลนส์กล้องให้สะอาด
  2. ถอดเคสออก (บางเคสอาจบังกล้อง)
  3. รีสตาร์ทเครื่อง
  4. ถ้ากล้องมีหมอกข้างใน อาจเป็นน้ำเข้า ต้องเปลี่ยนกล้อง
  5. ถ้ากล้องไม่ทำงาน อาจต้องเปลี่ยนกล้องหรือซ่อมบอร์ด

8ปุ่ม Home หรือปุ่ม Power ไม่ทำงาน

อาการ:

กดปุ่ม Home หรือ Power ไม่ตอบสนอง หรือกดแล้วติดบ่อย

วิธีแก้:

สำหรับ iPad รุ่นเก่าที่มีปุ่ม Home ต้องเปลี่ยนปุ่มใหม่ หรือใช้ Assistive Touch ชั่วคราว สำหรับปุ่ม Power ต้องเปลี่ยนปุ่มหรือซ่อมบอร์ด

9เปิดไม่ติด หรือค้างที่โลโก้ Apple

สาเหตุ:

แบตหมดสนิท อัพเดท iOS ไม่สำเร็จ หรือบอร์ดมีปัญหา

วิธีแก้:

  1. ลองชาร์จทิ้งไว้ 30 นาทีก่อน
  2. Force Restart: กด Power + Home ค้าง 10 วินาที (รุ่นเก่า) หรือกด Volume Up ปล่อย, Volume Down ปล่อย, Power ค้าง (รุ่นใหม่)
  3. ถ้ายังไม่ได้ ลอง Restore ผ่าน iTunes/Finder
  4. ถ้ายังไม่ติด อาจต้องซ่อมบอร์ด

10น้ำเข้าเครื่อง

อาการ:

iPad เปิดไม่ติด ทัชไม่ทำงาน ลำโพงเสีย หรือจอมีคราบน้ำ

วิธีแก้:

ห้ามเปิดเครื่อง! ปิดเครื่องทันที เช็ดน้ำออก และนำไปให้ช่างโดยเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมง ช่างจะล้างบอร์ดด้วยเครื่อง Ultrasonic

ราคาซ่อม iPad โดยประมาณ

อาการราคา (โดยประมาณ)
เปลี่ยนจอ2,000 - 8,000 บาท
เปลี่ยนแบต1,500 - 3,500 บาท
ซ่อมช่องชาร์จ800 - 1,500 บาท
เปลี่ยนลำโพง/ไมค์500 - 1,200 บาท
เปลี่ยนกล้อง800 - 2,000 บาท
ซ่อมน้ำเข้า (ล้างบอร์ด)800 - 2,000 บาท

* ราคาขึ้นกับรุ่น iPad และความเสียหาย ควรสอบถามราคาก่อนซ่อม

วิธีป้องกันปัญหา iPad

  • ✓ใช้เคสและฟิล์มกันรอยป้องกันจอแตก
  • ✓ชาร์จด้วยอุปกรณ์ของแท้หรือที่ได้มาตรฐาน
  • ✓อัพเดท iOS เป็นประจำ
  • ✓Backup ข้อมูลสม่ำเสมอ
  • ✓ทำความสะอาดช่องชาร์จและลำโพงเป็นประจำ
  • ✓ห้ามใช้งานขณะชาร์จบ่อยๆ
  • ✓ไม่ควรทิ้ง iPad ไว้ในรถที่จอดแดด

สรุป

iPad มีปัญหาที่พบบ่อย เช่น จอแตก แบตเสื่อม ชาร์จไม่เข้า หรือช้า บางปัญหาแก้ได้เอง แต่บางอย่างต้องให้ช่างซ่อม การดูแลรักษาที่ดีจะช่วยยืดอายุ iPad และลดโอกาสเกิดปัญหา

ถ้า iPad มีปัญหา อย่ารอช้า ติดต่อ TONY Service ที่ 084-264-1555 เราพร้อมให้บริการซ่อม iPad ทุกรุ่น ทุกอาการ

คำถามที่พบบ่อย

Q: iPad ชาร์จไม่เข้าต้องทำยังไง?

A: ลองเปลี่ยนสายชาร์จและหัวชาร์จก่อน (ใช้ของแท้หรือ MFi) ทำความสะอาดช่องชาร์จ รีสตาร์ทเครื่อง ถ้ายังไม่ได้ อาจเป็นปัญหาที่บอร์ดหรือแบตเตอรี่ ต้องให้ช่างตรวจสอบ

Q: iPad ช้า แฮง แก้ยังไง?

A: ลองรีสตาร์ทเครื่อง ลบแอปที่ไม่ใช้ ล้างแคช อัพเดท iOS ลบรูปภาพที่ไม่ต้องการ ถ้ายังช้าอาจต้อง Reset เครื่อง (สำรองข้อมูลก่อน) หรือเปลี่ยนแบตถ้าเสื่อม

Q: iPad จอแตกซ่อมเท่าไหร่?

A: ขึ้นกับรุ่น ประมาณ 2,000-8,000 บาท ถ้าแค่กระจกแตกแต่ทัชยังทำงาน อาจเปลี่ยนแค่กระจกได้ถูกกว่า สอบถามราคาที่ 084-264-1555

Q: iPad เปิดไม่ติดต้องทำยังไง?

A: ลองชาร์จทิ้งไว้ 30 นาทีก่อน แล้ว Force Restart ถ้ายังไม่ติดลอง Restore ผ่าน iTunes/Finder ถ้ายังไม่ได้ อาจต้องให้ช่างตรวจสอบบอร์ด

iPad มีปัญหา? เราช่วยได้!

TONY Service ซ่อม iPad ทุกรุ่น ทุกอาการ
ตรวจเช็คฟรี ราคาเป็นธรรม ช่างมืออาชีพ

เครื่องมีปัญหาแบบในบทความ? ส่งรุ่นและอาการมาให้ช่างดูก่อนได้

แบตเสื่อม จอแตก เครื่องตกน้ำ หรืออยากเช็กราคาก่อนซ่อม ทักมาได้เลย ร้านอยู่ตลาดสะพานสี่ แจ้งราคาก่อนซ่อมทุกครั้ง

ดูคลิปงานซ่อมจริงของร้านบน TikTok ›

ดูคลิปงานซ่อมจริงบน TikTok

เปลี่ยนจอ เปลี่ยนแบต ซ่อมบอร์ด ถ่ายจากโต๊ะซ่อมของร้าน ดูก่อนตัดสินใจได้ว่างานเราเป็นยังไง

ติดตาม @tony.service4415

งานซ่อมทุกเครื่อง ช่างโทนี่ดูแลเอง ประสบการณ์กว่า 15 ปี ผ่านมือมาแล้วกว่า 10,000 เครื่อง

ตรวจเช็กอาการฟรี แจ้งราคาก่อนลงมือซ่อมทุกครั้ง

จองคิวซ่อมล่วงหน้า