ปัญหา iPad ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
iPad เป็นอุปกรณ์ที่ทนทาน แต่ก็มีปัญหาที่พบบ่อย มาดูกันว่าปัญหาอะไรบ้างที่เกิดขึ้นบ่อยและแก้ไขอย่างไร

ทำไม iPad ถึงมีปัญหา?
iPad ถูกใช้งานหนักกว่ามือถือ โดยเฉพาะสำหรับงานสร้างสรรค์ ดูหนัง เล่นเกม หรือใช้ทำงาน การตกหล่นหรือใช้งานนานๆ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้
10 ปัญหา iPad ที่พบบ่อยที่สุด
1จอแตก หรือ Touch ไม่ทำงาน
สาเหตุ:
iPad มีหน้าจอใหญ่ ทำให้ตกหล่นแล้วจอแตกง่าย หรือทัชสกรีนเสียจากการใช้งานนาน
อาการ:
- จอมีรอยแตกหรือแตกเป็นสะเก็ด
- ทัชบางส่วนไม่ทำงาน
- ทัชกดเองหรือกดไม่ตรงจุด
- จอดำหรือมีเส้น
วิธีแก้:
ต้องเปลี่ยนจอ ราคาขึ้นกับรุ่น ประมาณ 2,000-8,000 บาท ถ้าแค่กระจกแตกแต่ทัชยังทำงานได้ อาจเปลี่ยนแค่กระจกได้ถูกกว่า
เคล็ดลับ: ติดฟิล์มกันรอยและใช้เคสจะช่วยป้องกันจอแตกได้มาก
2แบตหมดเร็ว หรือแบตเสื่อม
สาเหตุ:
iPad ใช้มานาน 2-3 ปี แบตจะเสื่อมตามธรรมชาติ หรือใช้งานหนักๆ เช่น เล่นเกม ดูวิดีโอนานๆ
อาการ:
- แบตหมดเร็วกว่าปกติ
- เครื่องดับเอง แม้แบตยังเหลือ
- ชาร์จไม่เต็ม หรือชาร์จช้า
- แบตบวม ตัวเครื่องโป่ง
วิธีแก้:
เปลี่ยนแบตใหม่ ราคาประมาณ 1,500-3,500 บาท ขึ้นกับรุ่น ถ้าแบตบวมต้องเปลี่ยนทันที เพราะอันตราย
3ชาร์จไม่เข้า หรือชาร์จช้า
สาเหตุ:
ช่องชาร์จสกปรก สายชาร์จเสีย หัวชาร์จไม่เพียงพอ หรือบอร์ดชาร์จมีปัญหา
วิธีแก้:
- ลองเปลี่ยนสายชาร์จและหัวชาร์จก่อน (ใช้ของแท้หรือ MFi)
- ทำความสะอาดช่องชาร์จด้วยไม้จิ้มฟันหรือแปรงนุ่ม
- รีสตาร์ทเครื่อง กดปุ่ม Power + Home ค้าง 10 วินาที
- ถ้ายังไม่ได้ ต้องให้ช่างตรวจสอบช่องชาร์จหรือบอร์ด
4ช้า แฮง หรือค้าง
สาเหตุ:
ความจำเต็ม แอปเยอะเกินไป iOS เก่า แบตเตอรี่เสื่อม หรือมีไวรัส
วิธีแก้:
- รีสตาร์ทเครื่อง
- ลบแอปที่ไม่ใช้ และล้างแคช
- อัพเดท iOS เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
- ลบรูปภาพและวิดีโอที่ไม่ต้องการออก หรือ Backup ไว้ที่ iCloud
- ถ้ายังช้า ลอง Reset เครื่อง (สำรองข้อมูลก่อน)
- ถ้าแบตเสื่อม ควรเปลี่ยนแบต จะทำให้เครื่องเร็วขึ้น
5WiFi หรือ Bluetooth ไม่ทำงาน
อาการ:
WiFi เทาไม่สามารถเปิดได้ หรือเชื่อมต่อไม่ติด Bluetooth จับอุปกรณ์ไม่ได้
วิธีแก้:
- Reset Network Settings (Settings > General > Reset)
- รีสตาร์ท Router WiFi
- อัพเดท iOS
- ถ้ายังไม่ได้ อาจเป็นปัญหาที่ IC WiFi/Bluetooth ต้องซ่อมบอร์ด
6ลำโพงเสียง หรือไมค์ไม่ทำงาน
อาการ:
ไม่มีเสียง เสียงแหบ เสียงเบา หรือโทรออกคนฟังไม่ได้ยิน
วิธีแก้:
- ตรวจสอบว่าไม่ได้ปิดเสียง หรือเสียงต่ำเกินไป
- ทำความสะอาดลำโพงด้วยแปรงนุ่ม (อาจมีฝุ่นอุดตัน)
- รีสตาร์ทเครื่อง
- ถ้ายังไม่ได้ ต้องเปลี่ยนลำโพงหรือไมค์
7กล้องเบลอ หรือกล้องไม่ทำงาน
อาการ:
กล้องหน้าหรือหลังเบลอ มีหมอก หรือเปิดแอปกล้องแล้วดำ
วิธีแก้:
- เช็ดเลนส์กล้องให้สะอาด
- ถอดเคสออก (บางเคสอาจบังกล้อง)
- รีสตาร์ทเครื่อง
- ถ้ากล้องมีหมอกข้างใน อาจเป็นน้ำเข้า ต้องเปลี่ยนกล้อง
- ถ้ากล้องไม่ทำงาน อาจต้องเปลี่ยนกล้องหรือซ่อมบอร์ด
8ปุ่ม Home หรือปุ่ม Power ไม่ทำงาน
อาการ:
กดปุ่ม Home หรือ Power ไม่ตอบสนอง หรือกดแล้วติดบ่อย
วิธีแก้:
สำหรับ iPad รุ่นเก่าที่มีปุ่ม Home ต้องเปลี่ยนปุ่มใหม่ หรือใช้ Assistive Touch ชั่วคราว สำหรับปุ่ม Power ต้องเปลี่ยนปุ่มหรือซ่อมบอร์ด
9เปิดไม่ติด หรือค้างที่โลโก้ Apple
สาเหตุ:
แบตหมดสนิท อัพเดท iOS ไม่สำเร็จ หรือบอร์ดมีปัญหา
วิธีแก้:
- ลองชาร์จทิ้งไว้ 30 นาทีก่อน
- Force Restart: กด Power + Home ค้าง 10 วินาที (รุ่นเก่า) หรือกด Volume Up ปล่อย, Volume Down ปล่อย, Power ค้าง (รุ่นใหม่)
- ถ้ายังไม่ได้ ลอง Restore ผ่าน iTunes/Finder
- ถ้ายังไม่ติด อาจต้องซ่อมบอร์ด
10น้ำเข้าเครื่อง
อาการ:
iPad เปิดไม่ติด ทัชไม่ทำงาน ลำโพงเสีย หรือจอมีคราบน้ำ
วิธีแก้:
ห้ามเปิดเครื่อง! ปิดเครื่องทันที เช็ดน้ำออก และนำไปให้ช่างโดยเร็ว ภายใน 24 ชั่วโมง ช่างจะล้างบอร์ดด้วยเครื่อง Ultrasonic
ราคาซ่อม iPad โดยประมาณ
| อาการ | ราคา (โดยประมาณ) |
|---|---|
| เปลี่ยนจอ | 2,000 - 8,000 บาท |
| เปลี่ยนแบต | 1,500 - 3,500 บาท |
| ซ่อมช่องชาร์จ | 800 - 1,500 บาท |
| เปลี่ยนลำโพง/ไมค์ | 500 - 1,200 บาท |
| เปลี่ยนกล้อง | 800 - 2,000 บาท |
| ซ่อมน้ำเข้า (ล้างบอร์ด) | 800 - 2,000 บาท |
* ราคาขึ้นกับรุ่น iPad และความเสียหาย ควรสอบถามราคาก่อนซ่อม
วิธีป้องกันปัญหา iPad
- ✓ใช้เคสและฟิล์มกันรอยป้องกันจอแตก
- ✓ชาร์จด้วยอุปกรณ์ของแท้หรือที่ได้มาตรฐาน
- ✓อัพเดท iOS เป็นประจำ
- ✓Backup ข้อมูลสม่ำเสมอ
- ✓ทำความสะอาดช่องชาร์จและลำโพงเป็นประจำ
- ✓ห้ามใช้งานขณะชาร์จบ่อยๆ
- ✓ไม่ควรทิ้ง iPad ไว้ในรถที่จอดแดด
สรุป
iPad มีปัญหาที่พบบ่อย เช่น จอแตก แบตเสื่อม ชาร์จไม่เข้า หรือช้า บางปัญหาแก้ได้เอง แต่บางอย่างต้องให้ช่างซ่อม การดูแลรักษาที่ดีจะช่วยยืดอายุ iPad และลดโอกาสเกิดปัญหา
ถ้า iPad มีปัญหา อย่ารอช้า ติดต่อ TONY Service ที่ 084-264-1555 เราพร้อมให้บริการซ่อม iPad ทุกรุ่น ทุกอาการ
คำถามที่พบบ่อย
Q: iPad ชาร์จไม่เข้าต้องทำยังไง?
A: ลองเปลี่ยนสายชาร์จและหัวชาร์จก่อน (ใช้ของแท้หรือ MFi) ทำความสะอาดช่องชาร์จ รีสตาร์ทเครื่อง ถ้ายังไม่ได้ อาจเป็นปัญหาที่บอร์ดหรือแบตเตอรี่ ต้องให้ช่างตรวจสอบ
Q: iPad ช้า แฮง แก้ยังไง?
A: ลองรีสตาร์ทเครื่อง ลบแอปที่ไม่ใช้ ล้างแคช อัพเดท iOS ลบรูปภาพที่ไม่ต้องการ ถ้ายังช้าอาจต้อง Reset เครื่อง (สำรองข้อมูลก่อน) หรือเปลี่ยนแบตถ้าเสื่อม
Q: iPad จอแตกซ่อมเท่าไหร่?
A: ขึ้นกับรุ่น ประมาณ 2,000-8,000 บาท ถ้าแค่กระจกแตกแต่ทัชยังทำงาน อาจเปลี่ยนแค่กระจกได้ถูกกว่า สอบถามราคาที่ 084-264-1555
Q: iPad เปิดไม่ติดต้องทำยังไง?
A: ลองชาร์จทิ้งไว้ 30 นาทีก่อน แล้ว Force Restart ถ้ายังไม่ติดลอง Restore ผ่าน iTunes/Finder ถ้ายังไม่ได้ อาจต้องให้ช่างตรวจสอบบอร์ด
iPad มีปัญหา? เราช่วยได้!
TONY Service ซ่อม iPad ทุกรุ่น ทุกอาการ
ตรวจเช็คฟรี ราคาเป็นธรรม ช่างมืออาชีพ
